ก่อนอื่นกระผมและทีมงานเวิลด์เมดิกทุกท่าน  ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ
ไซต์ในเครือของบริษัทฯซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการต่อยอดจากเว็บไซต์เดิมที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ในระยะ 3 ปีที่ผ่านนั่นคือ โครงการ เอดส์แคร์ (AIDSCARE) ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้โครงการเอดส์แคร์จะเน้นเกี่ยวกับวิชาการด้านการแพทย์เป็นหลัก ส่วนโครงการเฮลท์เอดส์ นี้จะเน้นสำหรับประชาชนและสาธารณะเป็นหลักใหญ่ กระผมในนามประธานและผู้ก่อตั้งโครงการเฮลท์เอดส์(HelpAIDS) แห่งนี้
รู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่โครงการนี้ได้รับความสนใจเกินความคาดหมายทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  เราได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลและกำลังใจจากหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำลังและแรงใจจากพี่ๆน้องๆทุกท่าน และที่ไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้นั่นคือ ผู้ที่ได้รับเชื้อทุกท่านที่ได้กรุณาเขียนจดหมายและส่งข้อมูลบางส่วนให้ทางทีมงานเพื่อเป็นวิทยาทานและกุศลทานกับท่านอื่น  ี่ถือเป็นน้ำใจและความกรุณาอย่างยิ่ง กระผมได้ทั้งข้อคิดและแนวคิดต่างๆซึ่งเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและจะทำโครงการนี้ให้ดีที่สุด  อย่างที่ทุกคนบอกว่า " ใครไม่เป็นไม่รู้ " ไม่ใช่มนุษย์กลัวตายแต่มนุษย์ทุกคนทุกท่านรักตัวเอง ทุกคนและมีสิทธิที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ทุกคน  เมื่อคนเราปลดเปลื้องทุกสิ่งที่เป็นสิ่งเคลือบภายนอกต่างๆ เช่น วัตถุ เงินทอง รถยนต์ บ้าน หรือสิ่งต่างๆ แล้ว  เราไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากชีวิตเราเอง   อันนี้เป็นเรื่องจริง  กระผมเชื่ออย่างนั้น  ถ้าหากท่านมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านแต่ถ้าหากท่านไม่สามารถอยู่ในโลกนี้ได้แล้ว จะมีประโยชน์อะไร เพราะทุกสิ่งที่มนุษย์เรามีอยู่เป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมาทั้งหมด   นี่คือมุมมองของกระผม  ซึ่งอาจจะทำให้ทุกท่านเครียดไปหรือนึกว่ากำลังอ่านปรัชญาแห่งชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่สิ่งนี้มันคือสัจจะธรรมแห่งชีวิต ซึ่งในสภาวะที่เราๆท่านๆ กำลังวนว่ายอยู่กับโลกแห่งวัตถุและกิเลสที่มาบดบังความดีของคน   เมื่อนั้น โรคเอดส์ก็ยังคงอยู่และไม่หายไปจากโลกนี้   

   ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับเชื้อมีทั้งผลทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะจิตใจนั้น สังคมไทยเราเองแทบจะพูดได้ว่า มีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์น้อยมาก ในการที่จะดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับเชื้อ ส่วนมากผู้ที่ได้รับเชื้อแล้วจะยิ่งมีอาการทรุดหนักมากกว่าเดิม เหตุผลก็คือ ความกดดันทางด้านจิตใจ เช่น สังคมไม่ยอมรับ ต้องออกจากงาน ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก ฯลฯ แค่สิ่งเหล่านี้ หากผู้ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งจริงรับรองได้ว่า มีแต่ทรงกับทรุดจริงๆ หากเราจะปล่อยให้สังคมและเพื่อนร่วมชาติเราเป็นแบบนี้ เห็นทีในอีกสิบปีข้างหน้า พลเมืองที่ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมายและจะยิ่งเป็นภาระอันหนักของประเทศ จะมีสิ่งใดบ้างที่จะช่วยให้เพื่อนๆที่ได้รับเชื้อได้รู้จักดูแลตัวเอง รักษาตัวเอง และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษา  ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เสมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจในยามที่เสมือนเผชิญอยู่บนท้องทะเลทรายอย่างโดดเดี่ยว ชีวิตมนุษย์นั้นมีคุณค่าทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนมีสิทธิ์มีชีวิตเท่ากันทุกคน เพราะไม่ว่ารวยหรือจน ย่อมเดินไปสู่จุดปลายทางเดียวกัน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น และเมื่อนั้นสถานภาพของทุกคนก็เหมือนกัน  

   การศึกษาทั้งในและต่างประเทศทั้งทางด้าน ยารักษา สมุนไพร วิธีการด้านต่างๆ เพื่อจะนำมาต่อสู้กับเจ้าเชื้อโรคเอดส์( HIV ) นี้ นับวันจะเดินกันไปสู่สิ่งที่เรียกว่า การเผชิญหน้ากับมัน (Attack) ซึ่งเป็นแนวคิดสมัยเก่า ที่ต้องฆ่าสิ่งที่เรียกว่าเชื้อโรคเท่านั้น  ซึ่งนับวันจะแสดงให้เห็นแล้วว่า  เรากำลังเดินมาผิดทาง เพราะ ยิ่งค้นคว้ายาให้ดีเท่าไหร่ เจ้าเชื้อ HIV มันยิ่งกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ เสมือนแม่กุญแจที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนเราตามปั๊มลูกกุญแจไขไม่ทัน  แต่สิ่งที่กระผมเชื่อและคิดว่าจะเป็นแนวคิดแบบใหม่คือ แนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ  สิ่งนี้อาจจะใช้ได้ดีกับกลุ่มไวรัส เช่น ผู้ที่ได้รับเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ(Hepatitis Virus) ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อก็ยังมีเชื้ออยู่ในร่างกาย ตราบใดที่เจ้าบ้าน(Host) ยังแข็งแรงไวรัสเหล่านั้นก็ไม่สามารถแสดงผลออกมาได้ สิ่งเหล่านี้ อาจเป็นแนวคิดอย่างหนึ่งจะช่วยรักษาหรือยืดอายุผู้ที่ได้รับเชื้อได้  กระผมกำลังจะพูดถึง การสร้างจิตใจให้แข็งแรง ที่ประหยัดและทำได้ทุกที่ทุกเวลา นั่นคือ การทำสมาธิ ซึ่งเป็นศาสตร์แขนงตะวันออก และทางพุทธศาสนา กระผมยังเชื่อว่า ศาสตร์ทางตะวันออก ตางหากที่จะเป็นกุญแจไขที่สามารถไขแม่กุญแจได้ทุกดอก และนับวันขณะนี้ การรักษาแบบตะวันตก จะเริ่มหันเหมาทางตะวันออกมาขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากการศึกษาที่ผ่านมา ศาสตร์ทางตะวันตก ซึ่งอาศัยการรักษาด้วยยา(สารเคมี) เป็นหลัก มีแต่การฆ่าและต่อสู้ โดยการเพิ่มขนาดยา ผสมยาหลายตัว( Cocktail) หรือ การคิดค้นยาใหม่โดยอาศัยอนุพันธ์ยาเดิมที่หมดสภาพการต่อสู้ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมรับสภาพกับเจ้าไวรัสนี้ และยังไม่มีการศึกษาต่อด้วยว่า เจ้ายาเหล่านี้ มันมีผลทำให้ไวรัสเอดส์กลายพันธุ์ด้วยหรือไม่ หากมีมันจะยิ่งทำให้เป็นทวีคูณความรุนแรงขึ้นเป็นหลายเท่านัก คิดดูแล้วเสมือนมันมีชีวิต ใช่ครับ กระผมก็คิดอย่างนั้น แต่คงเป็นสัญชาตญานการเอาตัวรอดของมันที่ถือได้ว่า ฉลาดขึ้นกว่าเชื้อโรคที่มนุษย์เผชิญมากว่าแต่ก่อนมาก เพราะมันสามารถหลบเข้าเซลส์เราและออกมาแบ่งตัวต่อได้ และกลายพันธุ์ได้ นี่แสดงว่าไม่ธรรมดา และการจะฆ่ามันแบบเดิมๆคือ การเผชิญหน้าหรือ Attack มันใช้ไม่ได้แล้ว หรือจะฆ่าก็ต้องฆ่าเจ้าของเซลส์(ผู้ที่ได้รับเชื้อ) ตายไปด้วยกัน...ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงแนวคิดและมุมมองของกระผมเอง ที่อยากจะให้กำลังใจ และ เสนอแนะแนวทางที่อาจเป็นทางเลือกให้กับท่าน และ อยากจะให้กำลังใจของเพื่อนร่วมโลกทั้งหมดกับผู้ที่ได้รับเชื้อว่า บางสิ่งอาจเสมือนเส้นผมบังภูเขา เสมือนกับการเป็นหวัด การได้พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย.....ผมอยากให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 

    นอกจากข้อมูล แล้วภายในเว็บนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการให้ทุกท่านที่มีจิตใจที่เป็นกุศลบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับเชื้อ จากสถานที่ องค์กรต่างๆ โดยผ่านทางเว็บไซต์แห่งนี้ เพียงท่านเข้ามาคลิ๊กวันละครั้ง ก็เสมือนท่านได้ทำบุญแล้ว โดยเงินบริจาคจะแสดงให้ท่านทราบผ่านหน้าเว็บไซต์ทุกครั้งที่จะนำไปบริจาค โดยการนับจำนวนผู้เข้าเว็บไซต์ และ บริษัทฯผู้สนับสนุนจะสนับสนุนจำนวนเงินใหักับองค์กรเหล่านั้นตามจำนวนผู้เข้าเว็บไซต์  ตามองค์กรที่เราเลือกในแต่ละเวลาๆไป 

   เกริ่นมามากมาย   กระผมในนามตัวแทนและหัวหน้าทีมงานทั้งหมด  ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราเป็นอย่างมาก และถ้าหากท่านจะกรุณาได้แนะนำท่านอื่นที่รอความหวังได้มีโอกาสเข้ามาอ่านและศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลนี้ก็จักเป็นพระคุณอย่างยิ่งและเป็นกุศลต่อท่าน   เรามาทำกุศลร่วมกันน่ะครับ   ผมเชื่อว่า  คนเราทำดีได้ดี ครับ

 

ขอพลังจงอยู่คู่ท่าน

ด้วยจิตคารวะ

อิสระพงศ์ แจ้งเขว้า
ประธานฯและผู้ก่อตั้ง

 

 

 

 
 
© Copyright WorldMedic Corporation Inc. All Rights Reserved.1998-2006